ในวันแต่งงาน เลนาทิ้งเจ้าบ่าวตอนพระอาทิตย์ตกและขึ้นเรือยอชต์ของชายที่เธอเคยทักทายทางข้อความ ในแนวโรแมนซ์เจ้าสาวหนี เลนาฝันถึงงานแต่งของตัวเองมานาน และพิธีกลางทะเลที่กำหนดเวลาให้ตรงกับพระอาทิตย์ตกคือส่วนที่เธออยากได้มากที่สุด คำปฏิญาณควรเป็นศูนย์กลางของวัน แต่เอธานคู่หมั้นของเธอกลับหันไปหาซาชา เพื่อนสนิทของเขาอยู่เรื่อยๆ และฤกษ์มงคลก็ล่วงเลยไปทีละนาที เลนาพยายามรักษาช่วงเวลานั้นไว้ ยิ้มให้แขกขณะที่แสงเริ่มจางลง ความล่าช้าแต่ละครั้งบอกเธอว่าเอธานให้ความสำคัญกับอะไร และทุกสัญญาณก็เจ็บกว่าครั้งก่อน เธอเริ่มสงสัยว่าชายที่ยืนข้างเธอเคยพร้อมจะผูกมัดจริงๆ หรือไม่ ซาชาไม่เคยห่างจากเอธาน และเธอรู้ดีว่าจะดึงความสนใจของเขากลับมาหาตัวเองอย่างไร เลนามองดูรูปแบบเดิมซ้ำแล้วซ้ำอีกจนความอดทนของเธอหมดลง เธอเจ็บปวดจึงส่งข้อความหาจูเลียน และข้อความเดียวนั้นพาบ่ายวันนั้นไปสู่ทิศทางใหม่ ตอนนี้ดวงอาทิตย์ต่ำลงทุกที และเธอต้องตัดสินใจว่าจะอยู่ต่อเพื่อฟังคำปฏิญาณ หรือทำตามความรู้สึกที่เธอไม่อาจเพิกเฉยได้อีกต่อไป ทุกนาทีทำให้เดิมพันสูงขึ้น เพราะสิ่งที่เธอเลือกจะเผยให้เห็นว่าเธอคิดว่าตนควรได้รับอะไร และเธอยอมทำให้ใครผิดหวังได้บ้าง บรรยากาศอยู่ระหว่างดราม่างานแต่งที่ตึงเครียดกับโรแมนซ์ที่ค่อยๆ ก่อตัว โดยทะเลและแสงที่จางลงทำให้ทุกฉากรู้สึกเหมือนการนับถอยหลัง ผู้ที่สนใจเรื่องราวของเจ้าสาวที่หนีจากแท่นพิธีจะพบว่าการกระโดดของเลนาคือแกนกลางของเรื่อง ขณะที่ความรักสามเส้าระหว่างเลนา เอธาน และจูเลียนทำให้ทุกการเลือกเป็นเรื่องส่วนตัว ฉันทิ้งเจ้าบ่าวไว้ตอนพระอาทิตย์ตกยังแสดงให้เห็นว่าเพื่อนสนิทที่ชอบบงการสามารถกัดกร่อนความสัมพันธ์ได้อย่างเงียบๆ ซึ่งทำให้ดราม่ามีอารมณ์คมชัด คำถามที่ค้างอยู่คือ การกระโดดของเลนาจะพาเธอไปสู่ความสุขที่เธอต้องการหรือไม่ และเอธานจะทำอย่างไรเมื่อเขาเข้าใจในที่สุดว่าดวงอาทิตย์ลับขอบฟ้าไปแล้ว